Skip to content

How could this happen to me?

05.20.2011

เช้าวันสุดท้ายของการฝึกงาน … วันนี้ต้องอยู่ในห้องเภสัชสนเทศ ซึ่งเกี่ยวกับบริการตอบคำถาม ผมจึงเอาโน๊ตบุ๊คไปด้วย ใส่กระเป๋าหนังสือไป และวันนี้ออกจากบ้านเร็วกว่าปกติด้วย กะว่าจะถ่ายรูปรพ.ยามเช้า … ผมเลือกเส้นทางที่ขรุขระกว่าในการขับมอเตอร์ไซค์  สองข้างทางเป็นต้นหญ้า และท้องนา  แสงแดดอ่อนๆ เริ่มไล่มา ผมขับไปจนถึงจุดที่ถนนโรยหิน ตัดกับทางรถไฟ  มองซ้ายขวาว่าปลอดภัยแล้วผมก็ขับข้ามมา

… ฟิ้ววววว ….

ไม่ใช่รถไฟชนหรอกครับ  แต่รถลอยขึ้นเหนือพื้น (นิดเดียว) แล้วกระเป๋าก็กระดอนขึ้น แล้วก็กระดอนลง แต่คราวนี้สายที่สะพายไว้ มันหลุด ทำให้การกระดอนลง กระเป๋าตกลงสู่พื้นถนนเบื้องล่าง

จอดรถลงไปหยิบ และขับรถต่อไป …

จนถึงเวลาทำงาน ก็หยิบโน้ตบุ๊คขึ้นมา … อย่างที่เห็น

เค้าเรียกว่าจอแตก … เซ็งมาก และอยู่ในอารมณ์ที่เศร้าหมองไปอีก เพราะกำลังเศร้ากับการสูญเสียเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์หลายอย่างอยู่

สรุปวันนั้นเอาคอมไปต่อกับหน้าจอของพี่เค้า แล้วดึงไฟล์มา แล้วทำงานส่งพี่ได้!!!

How could this happen to me? วันนี้เสนอตอน สิ่งใดๆมันไม่เที่ยง

12 ชั่วโมงก่อนหน้านี้

โน๊ตบุ๊คจอแตก อย่างที่กล่าวไปแล้ว  แต่ความเศร้าก็ลดลงนิดนึง เมื่อพ่อติดต่อซ่อมให้ เสียเงินไปเกือบ 4000 //เป็นความจำเป็นค่อนข้างเร่งด่วน ถ้าไม่ได้ซ่อมเราอาจเอา monitor เก่าที่บ้านมาไว้ที่หอ เพื่อใช้เครื่องนี้ก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

10 วันก่อนหน้านี้

ณ ชายทะเลอันดามัน  น้ำทะเลสีคราม กับหาดทรายขาวละเอียด ขณะเดินข้ามทะเลไปสู่เกาะเล็กๆเบื้องหน้า  ก็เพลินกับการแช่น้ำไปครึ่งตัว  น้ำถึงน่องเอง แต่กางเกงตัวนั้นกระเป๋ามันลึกไปเกือบถึงเข่า ทำให้เหมือนกับเอากระเป๋าตังส์และโทรศัพท์ไปแช่น้ำแท้ๆ  น้ำทะเลเสียด้วย electrolyte อย่างดีเลย  แช่อยู่ราวครึ่งชั่วโมง  และพอจะดูเวลาจะมือถือ ปรากฏว่า ภาพที่เห็นหน้ากลัวมาก  จอที่มันดำๆ เต็มไปด้วยน้ำลองเสี่ยงเปิดดูสักครั้งเถอะ  โดยไม่รู้มาก่อนว่า

“โทรศัพท์ตกน้ำ ห้ามเปิดเครื่องจนกว่าเครื่องจะแห้ง”

ผลคือ ตอนนั้นไม่ติด (แน่ล่ะ)  และได้ถอดแต่ละส่วนออกให้หมด  เอามาตากแดดตากแอร์บนรถตู้  ไม่ .. มันไม่ติด

สองวันผ่านไป ก็ไม่ติด  อาทิตย์นึงก็ไม่ติด  … เลยส่งซ่อม (เพิ่งคิดจะส่ง)

ช่างบอกขอเวลาดู //วันรุ่งขึ้นเค้าติดสติกเกอร์ตัวตัวไว้ว่า “ล้างเครื่องดูแล้ว ซ่อมไม่ได้ ส่งคืน” มันเกินเยียวยาจริงๆ  เครื่องในขึ้นสนิมหมด

ได้คืนมาแค่ซิมการ์ดและเมมโมรี่การ์ด

ถึงมันจะไม่ค่อย Smart (Phone) แต่เราก็รักมันนะ // ปล.รุ่นนี้ไม่เคยเห็นใครใช้เลย นอกจากเรา

ปัจจุบัน พ่อได้โอนมือถือเก่าของตัวเองมาให้  เป็นรุ่นใส่สองซิม และดูทีวีได้ด้วยนะ  Smartphone ทำได้รึป่าว 55 //แงๆ

17 วัน ก่อนหน้านี้

External Hard-disk  ที่อยู่ด้วยกันมาปีกับอีกนิดนึง  เกิดทรยศขึ้น

ขอบอกว่าในบรรดาสิ่งของทั้งหมด หวงเจ้านี่มากที่สุด  ภายในส่วนใหญ่เป็นรูปภาพที่ถ่าย และมีไฟล์ดั้งเดิมตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้และแตะต้องคอมครั้งแรก  เก็บไว้ที่เดียว ไม่มีที่ใดอีกแล้ว

คืนนั้นหลังจากเราตัดสินใจ Cut โฟลเดอร์ภาพถ่ายราว 50 Gb ที่เพิ่งถ่ายที่เชียงใหม่ มาวางใน external ใบนี้  เพื่อให้เนื้อที่ในคอมว่างๆ หน่อย  มันก็ใช้เวลาพอสมควร  พอวางเสร็จ  เราก็เปิด

“มันแนะนำว่า ควร Format ซะ จึงจะเปิดได้”

เห้ย … ย อะไรเนี่ย

ก่อนหน้านี้มันมีเนื้อที่ 400Gb ที่ใช้  ใส่นี่เข้าไปกลายเป็น 450Gb จากที่จุได้ 500Gb (ความจุจริง ประมาณ 480Gb) จึงสันนิษฐานว่ามันใกล้เต็ม จึงทำฤทธิ์ (มั้ง)

เสียใจสุดๆ จิตตกไปหลายวันมาก …  หาใน google และถามผู้รู้บางคน เค้าบอกให้ format แล้วค่อยกู้คืน  อาจกู้ได้ไม่หมด หรืออาจเปิดไฟล์บางอันไม่ได้ (ได้แต่เนื้อที่)

ลองโหลด R-studio มาใช้กู้ดู //แต่กู้จาก harddisk เครื่องที่เพิ่งสัก Cut ไป ได้กลับคืนบางส่วน แต่ภาพส่วนใหญ่ได้แต่เนื้อที่ แต่ไม่สามารถเปิดได้ หรือไฟล์อื่นๆ ก็เหมือนกัน

แต่ไม่ได้ลอง format external ดู //อย่างน้อยความรู้สึกคือ ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการยังอยู่ในกล่องใบนี้แน่นอน แค่เราเปิดไม่ได้  แต่ถ้า format คือ เราสั่งให้มันหายไป แล้วเรียกกลับมา ถ้ามันไม่กลับมาล่ะ //อารมณ์เหมือนคนเป็นเจ้าชายนิทราประมาณนั้น

ปัจจุบัน ยังไม่ได้ส่งซ่อม เพราะกลัว  กลัวมันกู้ไม่ได้

ปล. หวงสุดคือภาพถ่าย ที่แม้ธรรมดา แต่ก็มีความหมายมากๆ บางภาพต้องทุ่มเท กว่าจะได้  แงๆ

71 วันก่อนหน้านี้

หลังจากฉลองวันเกิดเจ้าตัวน้อยครบรอบ 1 ขวบ ได้เพียง 2 วัน  ก็เกิดเหตุขัดข้องเวลถ่ายรูปนิดนึง คือเมื่อใช้โหมด Auto Focus แล้ว แทนๆมันจะโฟกัสให้อัตโนมัติ แต่บ่อยครั้ง มันจะไม่ค่อยทำให้ คือกดไม่ลง  และหลายวันต่อมา ก็ไม่สามารถใช้โหมดนี้ได้อีกเลย

ตอนนั้นเป็นช่วงที่อยู่เชียงใหม่พอดี หากส่งซ่อม ก็คงไม่มีไรถ่ายภาพ เลยทนๆใช้ Manual Focus ไปก่อน

ผลคือ ภาพที่ถ่ายมา เบลอๆ เป็นส่วนมาก เพราะเราไม่ค่อยแม่น (หรือตาเหล่หว่า)

จนบัดนี้ ผ่านมาเกือบ 3 เดือนจนเราชินกับโหมดนี้ไปแล้ว  คือเวลาจะถ่ายต้องหมุนๆ ลำกล้องข้างหน้า ทำให้ดูโปรขึ้นไปอีก 55 แต่ภาพก็เบลอๆ อยู่บ่อยๆ

ที่สำคัญ เวลาถ่ายต้องใช้ 2 มือเท่านั้น มือเดียวอด เพราะมือนึงต้องถือ มือนึงต้องหมุน  ทำให้หลายโอกาสถ่ายไม่ได้ (เช่นครั้งไปเที่ยวทะเล มือนึงถือรองเท้า มือนึงถือกล้อง แอร่ง มือไหนหมุนๆโฟกัสวะ หรือถ่ายของที่กำลังถืออยู่ก็หมดสิทธิ?)

และเจอบ่อย เวลาไหว้วานให้ใครช่วยถ่ายรูปให้ ต้องอธิบายอยู่พักนึง ว่าเครื่องนี้มันพิเศษว่าชาวบ้าน ตรงที่ต้องยุ่งยากนิแหละ เง้อๆ

มีรุ่นน้องบอกว่า มันเป็นอาการที่พบบ่อยในเครื่องยี่ห้อนี้นะ ประมาณว่าสายไฟข้างในขาด ไรงี้แหละ รอมีอารมณ์ ค่อยเอาไปซ่อมนะ

ปัจจุบัน ทนใช้ต่อไป  รอมีตังส์ (แก้จากมีอารมณ์) ค่อยเอาไปซ่อมนะ

ที่เขียนมาก็เพื่อเตือนสติตัวเองไว้ …  ใครจะรู้ว่าจะอะไรจะเกิด เราต้องพร้อมยอมรับมัน …  เคยคิดไว้เช่น  จะใช้เครื่องนี้จนกว่าเรียนจบนะ ถ้าอยากได้ยังไงค่อยซื้อตอนทำงาน แล้วที่ไหนล่ะ กว่าจะถึงเวลานั้น คงต้องเปลี่ยนไปมากมาย อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ … สาธุ

4 ความเห็น leave one →
  1. น้องเกด permalink
    06.02.2011 2:34 am

    มันเป็นอนิจจัง มันไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน

    ชักชวนร่วมสมาคมธรรมะหรรษากับน้องเกดผู้น่ารัก ;P

  2. JUmp* permalink
    06.02.2011 9:57 am

    น่าเห็นดู

  3. 126 permalink
    06.02.2011 6:24 pm

    ไว้อาลัียหาวิฯ

  4. bas permalink
    06.12.2011 11:53 pm

    ทุกอย่างคือความทรงจำ มันจะอยู่ในใจเราตลอดไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: